เพลิงไหม้
ไฟไหม้ ช่วงประมาณวันที่ 25 มค. ที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานร้าง (หยุดผลิตชั่วคราว) ภายในนิคมฯ มาบตาพุด เพียงแค่ความประมาทของคนงานครับ ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งแจ้งว่า เกิดจากการที่คนงานเข้าไปทำงาน แล้วเจียรเหล็กแล้วสะเก็ดไฟไปติดกับเชื้อเพลิงเข้าเลยเกิดเพลิงไหม้อย่างที่เห็นครับ
ภายในนิคมฯมาบตาพุดมีโรงงานเกี่ยวกับปิโตรเคมีเยอะมากครับ ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน หรืออื่นๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้มีกระแสเกี่ยวกับมลพิษ และสิ่งแวดล้อมด้วยแล้ว ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ ที่นี้พอเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็จะเป็นข่าวในแง่ลบตลอดครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องจากบ้านเกิด เพื่อมาทำงานที่มาบตาพุดเหตุการณ์ต่างๆ ที่คนภายนอกไม่รู้และไม่เข้าใจก็จะกลัวครับ เพราะเป็นเรื่องปกติของคน ไม่รู้ก็กลัวไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นคนภายในมาบตาพุดที่ทำงานอยู่ในสายงานเดียวกันแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ ก๊าซรั่ว ถังระเบิด หรืออื่น เป็นเรื่องปกติครับที่จะต้องเจอ (แต่ก็ไม่มีใครอยากเจอ)
เพราะต้องทำงานกับมันทุกวัน ทั้งเรื่องของความร้อน ความดัน หรือปฎิกริยาต่างๆ ถามว่าก็มันอันตรายขนาดนั้นแล้วทำไมต้องไปทำงานด้วย หางานใหม่ดีกว่าไหม ผมก็เลยขอยืมคำๆ หนึ่งที่เห็นในหนังบู้ทั้งหนังไทยและหนังจีนพูดบ่อยๆ ว่า “ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือแล้วเมื่อไรจะได้ลูกเสือ” หรืออีกคำหนึ่งที่ว่า“ที่ไหนอันตรายที่สุดที่นั่นก็ปลอดภัยที่สุด”มาดูกันครับว่าเพราะอะไร
โรงงานส่วนมากในนิคมฯมาบตาพุดจะออกแบบให้รองรับอันตรายต่างๆ โดยมีระบบป้องกันที่เรียกว่า “Safety” ที่ลงทุนออกแบบและสร้างพอกับการสร้างโรงงานเลยก็ว่าได้ยกตัวอย่างง่ายๆ โรงงานลงทุนก่อสร้างประมาณ 100 บาท ก็จะมีเงินในส่วนของระบบ Safety อยู่ประมาณ 25-30 บาทเลยที่เดียวครับ หรือบางโรงงานอาจจะมากว่านี้ด้วยซ้ำไปครับ
คงได้คำตอบแล้วนะครับว่าทำไมคนที่ทำงานในมาบตาพุดส่วนมากถึงไม่กลัว ก็เพราะว่าเค้ามั่นใจในระบบป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ครับ และมีการฝึกซ้อมเพื่อรองรับแผนฉุกเฉินต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้วครับ อีกทั้งโรงงานข้างเคียงที่อยู่ติดๆ กันก็จะคอยช่วยเหลือถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นจริงครับ
วันขึ้นปีใหม่
วันนี้มีโอกาสเข้ามา Update บล็อกครับ เมื่อพูดถึงวันขึ้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ ทั้งหลายคงใจจดใจจ่ออยู่นะครับ ทั้งเรื่องของ “โบนัส” เรื่อง “การปรับเงินเดือน” หรือเรื่อง “เปลี่ยนงาน” หรืออื่นๆ ที่ผู้เขียนไม่ได้นำมาเขียนครับ ผู้เขียนเองก็มรเรื่องมาเล่าแบ่งปัน กันครับ สำหรับเรื่องโบนัสก็ไม่มากครับ แค่ 1 เดือนเท่านั้นเอง แต่ก็ถือว่าดีครับเพราะว่าถ้าเราไม่ไปเทียบกับใคร เราเทียบกับตัวเราเองก็จะสบายใจครับ
แต่เรื่องที่ตนเองปรับตัวเข้ากับปีใหม่นี่สิครับมันมีเยอะมากครับ เพราะหลังจากที่วางแผนกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว ตอนกลับมาทำงานต่อนี่สิครับงานก็จะเยอะมากเป็น 2 เท่าเลยก็ว่าได้เพราะทางบริษัทเค้าต้องการใช้งานเราให้มากที่สุด ในสถานการณ์นี้ครับ ประเภทว่างานมากคนน้อยอะไรทำนองนั้นครับ แต่ผู้เขียนคิดว่าทุกคนไม่พ้นความสามารถไปได้ครับ แต่ขอให้ไดลองทำงานก่อนครับ
ปีใหม่หลังที่ใครๆ เค้าเคยพูดกันว่า “ให้เริ่มต้นใหม่” แต่ผมว่าบางอย่างมันก็ทำได้นะครับ แต่ไม่ได้เสียทุกอย่างไปครับ ถ้าหากเรามั่วแต่มาเริ่มใหม่แล้วเมื่อไร จะประสบผลสำเร็จครับ งานทุกอย่างมีเป้าหมายในตัวมันเองครับ และตราบใดที่เรายังเป็น “มนุษย์เงินเดือน” อยู่ก็ยังต้องอยู่ในวงเวียนของงานครับ
ปีใหม่ปีนี้ทางบริษัทของผมนอกจากจะจ่าย “โบนัส” ให้แล้วยังพาไปเที่ยวที่ “เขาใหญ่” ด้วยเพื่อเป็นการให้พนักงานได้พักผ่อนสมองกัน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่นตามความชอบของแต่ละคนครับ ซึ่งก็ถือว่าเจ้านายเค้าใจดีมากที่จัดให้พวกกระผมได้ไปพักผ่อนกัน ครับ ต้องขอบขอคุณนายมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
ปีใหม่เพื่อนๆ ของ Akeblog ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ ถ้ามีแผนการณ์ไปที่ไหนกันก็บอกด้วยนะครับเผื่อว่าได้ไปเจอกันในสถานที่ต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ สำหรับผมเองก็มีแผนการณ์ไว้แล้วครับ ถ้าหากไม่ผิดไปจากแผนเดิมก็ไม่น่าจะพลาดครับ จะอย่างไรเสียเพื่อนๆได้ไปที่ไหนกันก็เข้ามาบอกด้วยนะครับ
WordPress.Com
- WordPress ให้พื้นที่ 3 GB
เข้าไปเจอใน Blognone มาครับว่าทาง WordPress.Com เค้าให้พื้นที่ในการเขียน Blog เพิ่มครับก็เลยไปอ่านแล้วก็แปลมาเสียหน่อย ครับ ซึ่งเนื้อหาสาระก็เอามาแบบสรุปๆ ครับ
สืบเนื่องมาจากมีน้องท่านหนึ่งครับก็ “ไอ้ติวเตอร์” มาถามว่าจะทำหนังสือเกี่ยวกับ Blogger ดีหรือเปล่าและต้องทำอย่างไร ผมเลยเปรียบเทียบระหว่าง WordPress กับ Blogger ว่ากำลังเป็นคู่แข่งกันอย่างน่ากลัวแบบว่าตามมาติดๆ กันเลยที่เดียวครับ ซึ่ง WordPress มาที่หลังก็จริงแต่ประเภทติดเทอร์โบมาครับ ส่วนเจ้า Blogger ก็ใช่ย่อยเพราะมี Google หนุนหลังอยู่เลยพัฒนาต่อไปแบบไม่หยุดยั้งครับ เรียกได้ว่ายังกินกันไม่ลง เพราะต่างมีดีคนละแบบครับ
มาเข้าเรื่องเสียที่ครับที่ว่า WordPress.Com ให้พื้นที่เพิ่มจากเดิมให้ที่ 50 mb ก็ให้เพิ่มขึ้นมาอีก 60 mb เลยที่เดียวครับ รวมแล้วก็ประมาณ 3 GB ครับ (3 จิกกะไบต์ครับ) ไม่ผิดแน่ครับซึ่งเค้ายังเปรียบเทียบให้ดูด้วยว่าทาง Blogger ให้เพียง 1 GB เท่านั้นเองครับ ซึ่งเป็นเรื่องปกติครับของธุรกิจการแข่งขัน ใครได้เปรียบย่อมเป็นฝ่ายชนะครับ ซึ่งการแข่งขันกันในลักษณะนี้เราที่เป็นผู้บริโภคก็สบายครับได้เลือกใช้กันแบบจุใจไปเลย
สำหรับ WordPress ยังไม่เปิดให้คนที่เขียน Blog หารายได้แบบเต็มๆ เสียทีซึ่งผิดกับ Blogger นั้นให้เราสามารถหารายได้จากการเขียน Blog แบบเปิดเผยเลยก็ว่าได้เพราะมีนายใหญ่หนุนหลังนั่นเองครับ ซึ่งส่วนมากที่ผมเห็นเค้าทำกันก็ การติด Adsense ครับซึ่งก็ดีกว่าปล่อยให้บล็อกมีพื้นที่ว่างเปล่าๆ ครับ
ท้ายสุดเลยก็ขอให้เพื่อนๆ พิจารณาในการเลือกใช้กันครับว่าจะใช้ Blogger ดีหรือว่าจะเลือก WordPress กันดีซึ่งทั้ง 2 แห่งก็ให้เราเขียนแบบฟรีๆ อยู่แล้วครับเพียวแต่งต้องมี domain name ห้อยท้ายด้าย Dot.WordPress.Com หรือว่า Dot.Blospot.Com ครับผม
Featured Content Gallery
วันนี้ผมหยิบ Plugin ที่ชื่อว่า Featured Content Gallery มาคุยครับเห็นมีการ Download มาใช้งานกันเยอะพอสมควร ซึ่ง ณ ตอนนี้ก็ปาเข้าไประดับแสนต้นๆ แล้วครับ
สำหรับเจ้า Feature Content Gallery ตัวนี้เหมาะสำหรับ Blog หรือ Web Site ที่นำเสนอเกี่ยวกับสินค้าต่างๆ หรือว่าจะเป็นพวกข่าวสารต่างๆ หรือแม้กระทั่ง Magazine ครับ ขึ้นอยู่กับว่าจะนำไปประยุกต์ใช้กับอะไร ซึ่งอันนี้ผมว่ามีความสำคัญครับ เพราะแต่ละคนมี Idea ที่ไม่เหมือนกันครับ ถึงแม้จะใช้ Plugin หรือ Theme อันเดียวกันก็ตามครับ
สำหรับวิธีการ Setup Plugin ตัวนี้ก็ค่อนข้างยุ่งยากนิดหน่อย (ในฐานะมือใหม่) เพราะต้องเข้าไปยุงเกี่ยวกับ Code ของ Themeที่เราใช้งานด้วยครับเพื่อที่จะให้ Plugin ตัวนี้แสดงผลได้อย่างถูกต้องตามที่เราต้องการ สำหรับวิธีการ Setup Plugin Feature Content Gallery ก็อ่านจากเจ้าของที่เค้าเขียนขึ้นมาเลยก็ได้ครับ หรือว่าจะอ่านวิธีจากตอนที่เรา Download มาใช้ก็ได้
ผู้เขียนได้ทดลองใช้งานเจ้า Featured Content Gallery แล้วก็ถือว่าดีระดับหนึ่งครับแต่ยังไม่มีความจำเป็นต้องนำมาใช้ที่ AkeBlog ครับ อีกอย่างหนึ่งที่สำคัญเลยคือผมต้อง โม Theme ที่ใช้อยู่นี้ด้วยเลยยังไม่นำมาใช้ครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่ได้ลองใช้แล้วถ้ามีข้อเสนอแนะดีๆ ก็เข้ามา Comment ฝากด้วยนะครับ ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยแล้วกันครับ



Tags: 
