การปรับแต่ง Site Map
วันนี้มีโอกาสเข้ามาเขียนบล็อกเพิ่มเติ่ม เลยหาเรื่องสบายๆ ง่ายมาบอกกล่าวกันครับซึ่งจริงแล้วเรื่องที่จะนำมาเขียนก็เป็น Plugin ตัวหนึ่งของ WordPress ครับและผมเห็นว่าหลายๆ บล็อกส่วนมากก็ใช้กัน
สำหรับ Plugin ตัวนี้ได้แก่ Sitemap Generator Plugin for WordPress ซึ่งถึงวันนี้ก็เป็น Ver.3.17 แล้วครับตอนแรกที่เริ่มใช้ก็ไม่ได้ไส่ใจมากเท่าไรเพราะไปเน้นส่วนอื่นๆ มากกว่า โดยปล่อยมันทำงานตามหน้าที่ของ Plugins ทั่วๆไป
ว่างๆ เลยลองปรับแต่งตามที่เจ้าของ Script เค้าแนะนำไว้ในเวปของตัวเอง ก็ได้ผลตามสมครวที่ตนเองพอใจระดับหนึ่งครับ การปรับแต่งก็ไม่ยากอย่างที่คิดครับ เพราะ Plugins ตัวนี้มีการออกแบบมาค่อนข้างจะลงตัวเลยที่เดียวเพียงแต่เรามาปรับใช้กับ Blog เราให้เหมาะสมเองครับ
สำหรับรูปด้านบนเป็นภาพก่อนการปรับแต่ง และก่อนเพิ่ม Code เข้าไปซึ่งดูแล้วก็เป็นค่าที่ทาง เจ้าของ Script เค้าตั้งใจให้เป็นแบบนี้ อาจจะมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้งานง่ายและสะดวกไม่ต้องปรับอะไรเพิ่มให้ปวดหัว
ส่วนอีกรูปเป็นการปรับแต่งแล้วและเพิ่ม Code บางตัวตามที่เจ้าของ Script แนะนำไว้ในเวปเอง ซึ่งการเพิ่มก็ไม่ยากครับ เข้าใจ Code เล็กน้อยก็เพียงพอแล้ว
ในส่วนที่เราต้องเพิ่มเข้าไปจะมี 2 ส่วนตามที่เจ้าของ Script แนะนำไว้ คือในส่วนของ CSS ที่ต้องการจัดรูปแบบให้แสดงออกมาในรูปแบบไหนนั่นเองครับ โดยการเพิ่ม .ddsg-wrapper หรือ .ddsg-pagenav ตามที่เราต้องการลงใน Stylesheet ของ Theme เรา ตามรูปด้านล่างเลยครับ
เป็นอย่างไรบ้างครับถ้าอย่างไรก็ลองปรับแต่งกันดูครับ แต่ถ้าจะให้ดีก็ต้อง Copy ไฟล์เดิมของ Stylesheet ไว้ก่อนครับ กันเหนียวเผื่อว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมาเราก็ยังนำไฟล์เดิมกลับมาใช้ใหม่ได้ เดี๋ยวจะมานั่งปวดหัวอีกครับ
ฆฏฆฏฆฏฆฏฆฏ
เว็บสังคมออนไลน์
ด้วยโลกที่หมุนเปลี่ยนอยู่ทุกวินาทีไม่ว่าจะเป็นสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตต่างก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา. ในสังคมโลกออนไลน์ก็เช่นเดียวกันซึ่งตอนนี้ถ้าใครไม่รู้ว่า Facebook เล่นกันอย่างไรก็อาจจะถูกมองว่าเชยสิ้นดี.
บางครั้งในสังคมโลกออนไลน์มันไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสอมไปครับ. ตอนนี้คู่แข่งสำคัญของ Facebook กำลังมาแรงก็คือ Google+ (กูเกิลพลัส) ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นก็พี่ใหญ่แห่งวงการ Serach Engine. ซึ่งก่อนหน้านั้น Google ก็เคยพยายามแข่งขันกับ Facebook มาก่อนเช่นกัน. โดย google ใช้ชื่อว่า Google Buzz แต่ก็ยังไม่สามารถต่อกรกับ Facebook ได้.
สำหรับสงครามทางเครื่องข่ายสังคมออนไลน์ระหว่าง Facebook กับ Google+ ไม่ว่าผลจะออกมาใครแพ้ใครชนะ ก็เป็นผลดีแก่ผู้บริโภคทั้งสิ้นครับ เพราะเมื่อมีการแข่งขันกันก้ต้องมีการพัฒนาสิ่งต่างๆ ไปเรื่อยๆ เพื่อให้เหนือกว่าคู่แข่งในท้องตลาดจะได้ดึงลูกค้า อย่างพวกเราเข้าไปใช้บริการ เป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจต่อไปครับ
ท่านไหนเคยเข้าไปใช้งาน Google+ มาบ้างแล้วลองมาเล่าให้กันฟังบ้างนะครับ ซึ่งเข้าใจว่าพี่กูเกิลเค้าคงจะพยายามปรับปรุงให้ดีขึ้นมาเรื่อยๆ เพื่อแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดในโลกออนไลน์ต่อไปครับ.
Bluehost+Hostgator
วันนี้นำเรื่องเกี่ยวกับ Affiliate Programe มาพูดครับ เพื่อให้เป็นกำลังใจให้กับเพื่อนๆ ที่คิดจะเดินทางบนเส้นทาง Marketing Online แบบผู้เขียนและเพื่อนๆ ท่านอื่นๆครับ
ผู้เขียนนำยอดตัวเงินที่ได้จากการทำ Affiliate มาให้ดูครับ และผู้เขียนขอบอกว่า “ไม่ได้มีเจตนาจะมาโอ้อวด” แต่อย่างใดครับเพียงแต่นำมาให้ดูว่าเค้าจ่ายจริงๆ นะไม่ได้โม้ ถ้าปฎิบัติตามเงื่อนไขที่แต่ละ Host เค้าวางเอาไว้ครับ
สำหรับการับเงินค่า Commission นี้ผู้เขียนใช้วิธีให้ทางเจ้าของ Host โอนเข้าระบบ Paypal ครับเพราะ สะดวกทั้ง 2 ฝ่ายรับและฝ่ายส่งครับซึ่งขั้นตอนต่างๆ ก็ไม่ยุ่งยากครับ เพียงแต่แต่ถ้ามีเงินเข้าใน Paypal เราก็มี Mail มาแจ้งเตือนเราว่าเงินเข้าแล้วนะ
ซึ่งวิธีการ Promote ของผู้เขียนก็ไม่มีอะไรซับซ้อนเลยครับ แค่นำ Banner ของแต่ละเจ้ามาติดตาม Web ต่างๆ ผู้เขียนเป็นเจ้าของรูปแบบต่างๆ ก็เลือกตามความเหมาะสม หรือความสวยงาม (ในสายตาเราเอง) เท่านี้ก็เสร้จครับ
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Affiliate Program ที่ผู้เขียนทำอยู่ครับ ซึ่งก็ถือว่าเป็นรายได้เสริมในการทำงานครับ เพราะงานหลักๆ ผู้เขียนก็ยังเป็นลูกจ้างเค้าอยู่ครับ ก็ขอฝากให้เพื่อนๆ ที่กำลังจะเริ่มเดินทางมาในเส้นทางนี้ ซึ่งมีการแข่งขันกันสูงมากๆ อยาได้ย่อท้อครับ เพียงแต่ใจเราสู้อย่างเดียวทุกอย่างจะตามมาครับ… ถ้าไม่ได้ลองให้ ล้มก็ลุกขึ้นเดินได้ ขาหักก็ยังมีวันหาย
หากเพื่อนๆ ท่านไหนมีคำชี้แนะดีๆ ลองเข้ามาแลกเปลี่ยนกันดูครับ ผู้เขียนถือว่า “หลายหัวดีกว่า หัวเดียวครับ” และหวังว่ารูปภาพด้านบนก็จะเป็นแรงขับเคลื่อนให้อีกหลายๆ ท่านที่กำลังท้อ หรือหมดแรงใจ ให้หักกลับมาต่อสู้ได้ต่อไปครับ
เช่า Host + Domain
วันนี้ผู้เขียนมีโอกาสเข้ามา Update บล็อกนายเอก ซึ่งห่างหายไปนานมากๆ ขอบอกครับ แต่ก็ยังแวะเวียนเข้ามาอ่านประจำอยู่ครับผม และมีเรื่องจากประสพการณ์ตรงที่นำมาเล่าสุ่กันฟังครับ เพื่อให้เพื่อนๆ ที่กำลังดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับ Marketing Online หรือ Affiliate Program ต่างๆครับ
ก่อนอื่นถ้าถามตัวเองก่อนว่ามีเงินทุนหรือเปล่า มากน้อยก็เป็นส่วนสำคัญครับ สำหรับผู้เขียนเองก็ ช่วงแรกๆ ก็อาศัย Free Hosting ต่างๆ ที่มีไว้บริการมากมาย แต่อย่างว่าครับ ก็ต้องเจอกับ “โฆษณาต่างๆ” พ่วงมาด้วยเป็นเรื่องปกติของธุรกิจครับ ต้องยอมเค้าครับเพราะเราใช้ของฟรีครับ
อีกหนึ่งทางเลือกที่ผู้เขียนได้มาบรรดาพี่ๆ หรือ บรรดาเทพๆ ทั้งหลายในวงการ Marketing Online คือการหา Free Blog ครับซึ่งก็หาไม่ยากเช่นเดียวกัน ที่ผู้เขียนแอบไปใช้ประจำก็ที่นี่ครับ Blogger ซึ่งเป็นของ “พี่กูล” ไปเรียนร้อยนานแล้วครับ ถึงแม้นว่า Blogger จะ free ก็ตามแต่เราต้องแรกมากับ Domain ที่พ่วงท้ายยาวๆเป็นหางว่าวครับยกตัวอย่างเช่น domain.blogspot.com อะไรทำนองนี้ครับ เรียกได้ว่าถ้าความจำไม่ค่อยดีก็จบกับครับ
ของฟรีต่างๆ ถ้าอยู่ในมือเซียน หรือ ขั้นเทพ ทั้งหลายไม่มีปัญหาครับเพราะพี่แก Modify กันสุดฤทธิ์ สุดเดช ครับ แต่ในทางกลับกันถ้ามาอยู่ในมืออย่างเด็กขั้นเดิน ก็ต้องพึ่งตัวช่วยต่างๆ ครับ อันนี้ต้องแล้วแต่ว่าใครจะหาเจอก่อนกันครับ และขยันแค่ไหนเชียว
ส่วนประเภทื้สองที่มีเงินทุนหน่อย และ เข้าขั้นระดับเทพ ทั้งหลาย เค้าก็จะเลือกหาชื่อ Domain ที่ผู้คนทั้งหลายจดจำง่ายสั้นๆ ไม่ยาวเป็นหางว่าวแบบประเภทแรกๆ ครับก็อย่าง Akeblog นี่แหล่ะครับ ส่วนแหล่งที่จดชื่อ Domain หลักๆ ที่บ้านเราชอบไปจดกันมาก ก็อย่างเช่น ไปเถอะพ่อ “godaddy” นั่นเองครับ และผู้เขียนเองก้ใช้บริการหลายชื่ออยู่เหมือนกันครับ และยังมีที่อื่นๆ ที่ให้บริการอีกมากครับ ทั้งของไทยเองก็หลายเจ้าเช่นเดียวกันครับ
ความไว้เนื้อเชื่อใจก็เป็นส่วนสำคัญในการเลือกชื่อ Domain ครับและเจ้า “ไปเถอะพ่อ” ก็ได้รับความไว้วางใจจากบรรดาเซียน และไม่เซียนทั้งหลายในการเก็บรักษาชื่อ Domain ครับ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญครับ
อีกอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือ Host ซึ่งมันก็คือ “บ้าน” ที่ต้องเก็บรักษาเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในการทำมาหากินนั่นเองครับ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ต่างๆ รูปภาพต่างๆ วีดิโอต่างๆ ก็ต้องมีที่เก็บให้มันครับ สำหรับ Host มีหลักใหญ่ๆ อยู่ไม่กี่อย่าง ผู้เขียนแนะนำว่าถ้าเป็นช่วงแรกๆ เลยที่หัดทำพวก Web หรือ Blog ต่างๆ ไม่ต้องเช่าแพงครับ เอาไว้เมื่อเราเก่งแล้วค่อยๆ ขยับขยายครับ อันนี้ยังไม่สายครับ เพราะทุกอย่างต้องใช้เงินครับ
อีกเช่นกันครับ Host ดีๆ มีให้เราเลือกมากมายครับ แต่ถามใจเราก่อนว่าเราต้องการให้ลูกค้าจากที่ไหนเข้ามาที่ Blog หรือ Web เราครับ ถ้าเป็นลูกค้าคนไทยก็ไม่จำเป็นต้องไปเช่าของเมืองนอกให้เสียเงินตราครับ เช่าของคนไทยนี่แหล่ะครับ คุยกันรู้เรื่องที่สุด (แต่ต้องเลือกดีๆ) นะครับ สำหรับของนอกที่เห็นใช้ๆ กันอยู่ไม่ว่าจะเป็น “โฮสไอ้เข้” หรือ “โฮสสีน้ำเงิน“และที่ขาดไม่ได้เลยก็ “โฮสปีศาจ” ซึ่งบ้านเราเข้าไปใช้บริการบ่อยๆ ครับ อาจจะเป้นด้วยเรื่องความเสถียร ซึ่งสำคัญครับ
บ่อยครั้งเหมือนกันที่ Host นอกก็ล่มเป็นเหมือนกันเรียกว่า “ยิ่งใหญ่ก็ล้มดังครับ” แต่ก็มีน้อยครับผู้เขียนเองก็ยังไม่เคยเจอครับ หรือท่านไหนเคยเจอก็ลอง Comment กันเข้ามาครับ อันนี้ยังไม่พูดถึงขั้นเทพที่ชอบ “ปั่นเวป” ครับมันคนละเรื่องกัน
ถ้าจะให้ฟันธงว่าเช่า Host ที่ไหนดีผู้เขียนขอตอบไม่ได้ครับ ต้องขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของเราก่อน ราคาที่เรายอมจ่ายได้ กับบริการที่มีหลังเราจ่ายเงินไปแล้ว ถึงขั้นนี้แล้วบรรดา Host ต่างๆ อย่าง Hostgator , Bluehost , Hostmonster ทั้งหลายก็ลดราคากันแบบว่าเล่นเลยที่เดียวครับเพื่อการแข่งขันแย่งลูกค้าอย่างเราๆ นี่แหล่ะครับ
ตอนนี้ก็ขอลากันไปก่อนครับสำหรับเรื่อง เช่า Host+Domain ซึ่งเป้นการเขียนจากประสพการณ์ตรงที่เจอมาครับ เป็นความรู้เล็กๆ น้อยๆ ในการให้เพื่อนๆ ได้พิจารณาในการเลือกจดชื่อ Domain หรือ เช่า Host ต่างๆ กันอย่างรอบครอบและคุ้มค่ากับเงินที่เราเสียไปครับ
Google Translate Toolkit
วันนี้มีโอกาสเข้าไป comment บล็อกเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับการหารายได้ทาง net ซึ่งก็มีอยู่หลายบล็อกเช่นเดียวกันครับ พอดีเข้าไปเจอเทคนิคดีๆ เกี่ยวกับการใช้งานเครื่องมือของพี่กูชื่อว่า “Google Translate ” ครับ บล็อกนี้ครับ “เสียวสมุทรปราการ”
ทำให้ผมได้แนวความคิดในการแปลภาษาไทย ไปเป็นภาษาอังกฤษ ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ผมเปิดโลกออกจากกะลาน้อยๆ ของผมด้วยครับ ซึ่งโดยปกติแล้ว ภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ภาษาพ่อแม่เรา และเราอ้างว่าไม่ได้ เขียนไม่เป็น กลัวจะอ่านไม่รู้เรื่องต่างๆ นาๆ
แต่ถ้าเราตัดประเด็นต่างๆ ออกไปโดยเปิดใจให้กว้างยอมรับ และนำไปปรับปรุงและแก้ไข ผมคิดว่าทุกท่านทำได้ครับ ซึ่งผมก็ได้ไอเดียจากบล็อกนี่ครับ “เสียวสมุทรปราการ” ครับ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณมา ณ.ที่นี้ด้วยครับ
เมื่อพูดถึงเครื่องมือของพี่กูเขามีมาให้เราใช้งานกับแบบฟรีๆ ก็หลายตัวเหมือนกัน แต่บางครั้งก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการใช้งานเช่นเดียวกันครับ เพราะอย่างน้อยๆ เขาก็ต้องมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใช้งานอยู่ใน data base ของ google นั่นแหละครับ
สำหรับ Google Translate ผมได้ลองใช้งานระดับหนึ่งก็ถือว่าแปลได้ดีพอสมควรครับ เพียงแต่จะอ่านรู้เรื่องหรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งครับ เพราะ google มีฐานข้อมูลมากอยู่พอสมควร จึงแปลออกมาได้ครบทั้งหมด ซึ่งอย่าลืมว่า Google Translate ก็เกิดจาก “Programer” เป็นคนเขียนให้มันสามารถทำงาน ได้ ดังนั้นเราซึ่งเป็นมนุษย์ต้องหลอกล่อเครื่องมือ Google Translate เพื่อให้มันสามารถแปลออกมาตามที่เราคิดได้เช่นเดียวกันครับ
ย้าย Server
เมื่อหลายวันก่อนได้มีโอกาสแวะเวียนเข้าไปอ่านบล็อกคุณเดย์ หลังจากที่ผมห่างหายไปจากการ update บล็อกนายเอกเสียนาน ตอนแรกไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับที่คุณเดย์แก่เขียนครับ ที่ไหนได้ตอนนี้กำลังเจอเข้ากับตัวเองเสียนี่
ผมได้จด “Domain Name ” ไว้ชื่อหนึ่งซึ่งก็นานพอสมครว ตอนแรกวางแผนไว้ว่ากะจะเน้นที่ตลาดเมืองไทยเรานี่แหล่ะครับ ด้วยความใจเย็นเกินไปเลยไปเช่า “Server” ที่อยู่เมืองไทยไว้แต่ว่าดันไปจด “Domain Name” ไว้กับ “Godaddy” เสียนี่กะไร ก็เห็นเค้าพูดกันแบบปากต่อปากนี่ครับว่าเจ้า “Godaddy” ดีอย่างนั้น ดีอย่างนี้เลยตัดสินใจจดซะเลย
วันสงกรานต์
เริ่มต้นเดือนเมษายนด้วยอุณหภูมิที่ร้อนแรง ทั้งด้านการเมือง และด้านอากาศ ผมทิ้งบล็อกนายเอก ไปเสียนานเลยที่เดียวครับ เรียกว่าเกือบลืมเลยก็ว่าได้ครับ เพราะด้วยภาระกิจด้านงานประจำที่ต้องทำอยู่ และด้านอื่นๆ ผมอยากให้โลกนี้มีซัก 1 วัน 48 ชม.จะได้มีเวลาทำอย่างอื่นๆ ที่ยังค้างอยู่ครับ
อาจจะเป็นข้อแก้ตัวของคนขี้เกียจก็ได้นะครับ เพราะโลกใบนี้ก็หมุนมันเป็นปกติอยู่แล้ว เพียงแต่เราจัดสรรเวลาในการทำงานไม่ลงตัวเองก็ได้ครับ เมื่อผ่านพ้นปีใหม่มานี่ก็เป็นเดือนที่ 4 เข้าไปแล้ว งานประจำที่นายมอบหมายก็มากขึ้นตามตำแหน่งและหน้าที่ ซึ่งก็เคยมีคนบอกไว้ว่า “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” มาถึงตอนนี้ผมรู้แล้วครับ ว่ามันเป็นความจริง ถึงไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียงครับ
วันปีใหม่ของคนไทยกำลังจะเวียนมาถึงในอีกเพียงไม่กี่วันนี้ “วันสงกรานต์” พวกเราคนไทยที่เป็นแรงงานก็จะได้เดินทางกลับบ้านเกิดเพื่อไปฉลองกัน หรือว่าทำบุญตามประเพณีของคนไทยครับ ได้กลับไปรดน้ำดำหัวญาติผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ พวกเด็กๆ ก็จะสนุกสนานกับการเล่นสาดน้ำกัน
เรื่องของการเดินทางกลับบ้านเกิดก็คงเหมือนๆ กับเทศกาลทั่วๆ ที่แย่งกันกลับบ้าน การจราจรก็จะติดขัด รถก็จะเยอะแน่นอนครับคงหลี่กไม่พ้นเรื่องของอุบัติเหตุ เพราะต่างคนต่างแย่งกันกลับครับ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นถ้าพวกเราต่างช่วยกันขับรถแบบไม่ประมาท ก็คงช่วยได้บ้างไม่มากก็น้อยครับ
อย่างไรเสียพวกเพื่อนๆ ที่ต้องเดินทางกลับต่างจังหวัดทั้งขาไป และขากลับก็ต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากกว่าเดิมครับ ไปเที่ยวที่ไหนกันมาก็มาบอกด้วยนะครับ
เพลิงไหม้
ไฟไหม้ ช่วงประมาณวันที่ 25 มค. ที่ผ่านมาเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานร้าง (หยุดผลิตชั่วคราว) ภายในนิคมฯ มาบตาพุด เพียงแค่ความประมาทของคนงานครับ ซึ่งหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งแจ้งว่า เกิดจากการที่คนงานเข้าไปทำงาน แล้วเจียรเหล็กแล้วสะเก็ดไฟไปติดกับเชื้อเพลิงเข้าเลยเกิดเพลิงไหม้อย่างที่เห็นครับ
ภายในนิคมฯมาบตาพุดมีโรงงานเกี่ยวกับปิโตรเคมีเยอะมากครับ ทั้งโรงกลั่นน้ำมัน หรืออื่นๆ ซึ่งถือได้ว่าเป็นเส้นเลือดหล่อเลี้ยงประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ยิ่งช่วงนี้มีกระแสเกี่ยวกับมลพิษ และสิ่งแวดล้อมด้วยแล้ว ยิ่งเป็นปัญหาใหญ่ ที่นี้พอเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นก็จะเป็นข่าวในแง่ลบตลอดครับ
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ต้องจากบ้านเกิด เพื่อมาทำงานที่มาบตาพุดเหตุการณ์ต่างๆ ที่คนภายนอกไม่รู้และไม่เข้าใจก็จะกลัวครับ เพราะเป็นเรื่องปกติของคน ไม่รู้ก็กลัวไว้ก่อน แต่ถ้าเป็นคนภายในมาบตาพุดที่ทำงานอยู่ในสายงานเดียวกันแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นไฟไหม้ ก๊าซรั่ว ถังระเบิด หรืออื่น เป็นเรื่องปกติครับที่จะต้องเจอ (แต่ก็ไม่มีใครอยากเจอ)
เพราะต้องทำงานกับมันทุกวัน ทั้งเรื่องของความร้อน ความดัน หรือปฎิกริยาต่างๆ ถามว่าก็มันอันตรายขนาดนั้นแล้วทำไมต้องไปทำงานด้วย หางานใหม่ดีกว่าไหม ผมก็เลยขอยืมคำๆ หนึ่งที่เห็นในหนังบู้ทั้งหนังไทยและหนังจีนพูดบ่อยๆ ว่า “ถ้าไม่เข้าถ้ำเสือแล้วเมื่อไรจะได้ลูกเสือ” หรืออีกคำหนึ่งที่ว่า“ที่ไหนอันตรายที่สุดที่นั่นก็ปลอดภัยที่สุด”มาดูกันครับว่าเพราะอะไร
โรงงานส่วนมากในนิคมฯมาบตาพุดจะออกแบบให้รองรับอันตรายต่างๆ โดยมีระบบป้องกันที่เรียกว่า “Safety” ที่ลงทุนออกแบบและสร้างพอกับการสร้างโรงงานเลยก็ว่าได้ยกตัวอย่างง่ายๆ โรงงานลงทุนก่อสร้างประมาณ 100 บาท ก็จะมีเงินในส่วนของระบบ Safety อยู่ประมาณ 25-30 บาทเลยที่เดียวครับ หรือบางโรงงานอาจจะมากว่านี้ด้วยซ้ำไปครับ
คงได้คำตอบแล้วนะครับว่าทำไมคนที่ทำงานในมาบตาพุดส่วนมากถึงไม่กลัว ก็เพราะว่าเค้ามั่นใจในระบบป้องกันเหตุการณ์ต่างๆ ครับ และมีการฝึกซ้อมเพื่อรองรับแผนฉุกเฉินต่างๆ เป็นประจำอยู่แล้วครับ อีกทั้งโรงงานข้างเคียงที่อยู่ติดๆ กันก็จะคอยช่วยเหลือถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ขึ้นจริงครับ
วันขึ้นปีใหม่
วันนี้มีโอกาสเข้ามา Update บล็อกครับ เมื่อพูดถึงวันขึ้นปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เชื่อได้ว่าเพื่อนๆ ทั้งหลายคงใจจดใจจ่ออยู่นะครับ ทั้งเรื่องของ “โบนัส” เรื่อง “การปรับเงินเดือน” หรือเรื่อง “เปลี่ยนงาน” หรืออื่นๆ ที่ผู้เขียนไม่ได้นำมาเขียนครับ ผู้เขียนเองก็มรเรื่องมาเล่าแบ่งปัน กันครับ สำหรับเรื่องโบนัสก็ไม่มากครับ แค่ 1 เดือนเท่านั้นเอง แต่ก็ถือว่าดีครับเพราะว่าถ้าเราไม่ไปเทียบกับใคร เราเทียบกับตัวเราเองก็จะสบายใจครับ
แต่เรื่องที่ตนเองปรับตัวเข้ากับปีใหม่นี่สิครับมันมีเยอะมากครับ เพราะหลังจากที่วางแผนกลับไปบ้านที่ต่างจังหวัดแล้ว ตอนกลับมาทำงานต่อนี่สิครับงานก็จะเยอะมากเป็น 2 เท่าเลยก็ว่าได้เพราะทางบริษัทเค้าต้องการใช้งานเราให้มากที่สุด ในสถานการณ์นี้ครับ ประเภทว่างานมากคนน้อยอะไรทำนองนั้นครับ แต่ผู้เขียนคิดว่าทุกคนไม่พ้นความสามารถไปได้ครับ แต่ขอให้ไดลองทำงานก่อนครับ
ปีใหม่หลังที่ใครๆ เค้าเคยพูดกันว่า “ให้เริ่มต้นใหม่” แต่ผมว่าบางอย่างมันก็ทำได้นะครับ แต่ไม่ได้เสียทุกอย่างไปครับ ถ้าหากเรามั่วแต่มาเริ่มใหม่แล้วเมื่อไร จะประสบผลสำเร็จครับ งานทุกอย่างมีเป้าหมายในตัวมันเองครับ และตราบใดที่เรายังเป็น “มนุษย์เงินเดือน” อยู่ก็ยังต้องอยู่ในวงเวียนของงานครับ
ปีใหม่ปีนี้ทางบริษัทของผมนอกจากจะจ่าย “โบนัส” ให้แล้วยังพาไปเที่ยวที่ “เขาใหญ่” ด้วยเพื่อเป็นการให้พนักงานได้พักผ่อนสมองกัน โดยมีกิจกรรมต่างๆ ให้เล่นตามความชอบของแต่ละคนครับ ซึ่งก็ถือว่าเจ้านายเค้าใจดีมากที่จัดให้พวกกระผมได้ไปพักผ่อนกัน ครับ ต้องขอบขอคุณนายมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ
ปีใหม่เพื่อนๆ ของ Akeblog ไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ ถ้ามีแผนการณ์ไปที่ไหนกันก็บอกด้วยนะครับเผื่อว่าได้ไปเจอกันในสถานที่ต่างๆ ที่ตั้งใจไว้ สำหรับผมเองก็มีแผนการณ์ไว้แล้วครับ ถ้าหากไม่ผิดไปจากแผนเดิมก็ไม่น่าจะพลาดครับ จะอย่างไรเสียเพื่อนๆได้ไปที่ไหนกันก็เข้ามาบอกด้วยนะครับ







Tags: 










