Drupal

drupal

ไปเดินห้างแหลมทองที่จังหวัดระยองมา ไปเจอหนังสือที่เขียนเกี่ยวกับไอ้หยดน้ำตัวนี้ Drupal เลยตัดสินใจซื้อมาอ่านดูเพราะชอบลองของใหม่ๆ เป็นทุนเดิมอยู่ตามวิสัยของผู้ชายซึ่งก่อนหน้านั้นก็หาอ่านบทความตาม Internet บ้างอีกทั้งเป็นคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษ เลยอ่านจับใจความไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้แต่ลองผิดลองถูกที่เครื่อง Comp. ของตัวเอง เอาแหละว่ะตรงใจซื้อหนังสือมาอ่านเลยดีกว่าให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

จากบทความต่างๆ ที่ผมค้นเจอทั้งใน Internet ทั้งหลายแหล่เค้าจะยกให้เจ้า Drupal ตัวนี้เป็นระบบการจัดการเนื้อหาของเว็บไซต์ (Content Management System , CMS) ที่ได้รับความนิยมอยู่อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ซึ่งระบบ CMS ไม่ได้มีเพียง Drupal ตัวเดียวนะครับมีหลายตัวมาก เช่น Joomla, Mambo, PHP-Nuke , WordPress ซึ่งทั้งหมดที่เอยนามมานี่ต่างก็มีจุดเด่นในตัวที่แตกต่างกันออกไปและที่สำคัญเลยครับเป็น “Open Source” ก็คือใครก็สามารถนำไปใช้และพัฒนาต่อได้สั้นๆก็ “Free Ware” นั่นแหล่ะครับ

จากที่ผมเคยลองใช้ Joomla มาสักพักใหญ่ๆ ส่วนตัวแล้วผมไม่ค่อยประทับใจเท่าไรครับผมว่ามันช้าและอืดด้วยเวลาที่ผมเข้าไปจัดการกับระบบของมัน พอใช้ไปนานๆพี่แกเริ่มอ้วนขึ้นทุกวัน ผลที่ตามมานี่สิครับ โหลดช้าเวลา Update แต่ละที่ต้องลุ้นว่าจะผ่านหรือเปล่า ถ้าให้ผมเปรียบเทียบเหมือนผู้หญิงนะครับผมจะเรียนเธอคนนั้นว่า “สวยแต่รูปจูบไม่หอมครับ”

สำหรับ Drupal ผมเพิ่งจับได้ไม่นานแต่ก็เจอบ้างว่าทำไมในบ้านเราไม่ค่อยมีใครเค้าสนใจหรือหันมาเจ้า Drupal กัน สำหรับในความคิดเห็นส่วนตัวผมเองว่าน่าจะมาจาก สือ่การเรียนรู้ยังไม่แพร่หลาย หนังสือที่ออกมาก็มีจำนวนน้อยมากแทบจะนับเล่มได้ ซึ่งตอนนี้ผมเห็นมีอยู่ 2 เจ้าเท่านั้น และเวลาหนังสือออกมาก็เล่มหนามากมีจำนวนหน้าเกิน 300 หน้าขึ้นไปที่สำคัญมีแต่ตัวหนังสือ ทำให้น่าเบื่อ ไม่น่าอ่าน ผมค้นเจอใน Internet วิธีการดึงดูดให้เด็กหรือว่าแม้แต่ผู้ใหญ่เองหันมาอ่านหนังสือกันเยอะๆ ก็คือเรื่องของรูปภาพครับ ถ้าหนังสือไหนมีรูปภาพประกอบเยอะ ก็น่าอ่าน แต่ถ้าเล่มไหนมีน้อยก็ตรงกันข้ามครับผม 

หนังสือ Drupal ที่ผมซื้อมาอ่านผมเข้าใจว่าทางผู้เขียนก็แปลมาจากภาษาอังกฤษอีกที่หนึ่ง ทำให้มีแต่วิชาการเสียเป็นส่วนมาก แต่ผมไม่ขอบอกนะครับว่าผมซื้อของสำนักพิมพ์ไหน ตัวผมเองมองว่าถ้ามีใครเข้าใจ User แบบเราๆ ท่านๆ ทั่วไป หรือแบบผมเองทำอย่างไรก็ได้ให้พวก User แบบผมใช้งานง่าย ไม่ต้องวิชาการมากมายผมว่านั่นแหละครับจะขายดีมองง่ายๆ เลย ทำไม   Windowns ถึงมีคนใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เหตุผลเดียวกันกับที่ผมบอกครับเค้าออกแบบมาให้ User ใช้งานเค้าเลยทำอะไรที่ง่ายเพื่อให้ใช้งานครับ หนังสือพิมพ์ขายกันแบบว่าเล่นเลยก็ว่าได้ครับผม อาจจะเป็นที่เจ้า Drupal เป็นระบบการจัดการที่ค่อนข้างจะเสถียรเค้าว่ากันตามนั้นนะครับ มีการเจาะระบบที่ค่อนข้างยาก หนังสือที่แต่งออกมาเลยมีหลายหน้าหน่อย การปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ก็ต้องยุ่งยากตามไปด้วยและที่สำคัญผู้ที่รู้ระบบจริงๆ มีน้อยครับ 

สำหรับเนื้อหาที่ผมเขียนไม่มีเจตนาจะไปใส่ร้ายหรือไปทำให้ผู้หนึ่งผู้ใดเสียหาย เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมเองครับจากการที่ได้ลองใช้งาน และได้ลองปฎิบัติมา ซึ่งผมเคยคิดหลายรอบแล้วว่าถึงเวลาหรือยังที่ User อย่างผมจะหันไปใช้เจ้า Drupal เสียที่ แต่พอตั้งสติได้ก็เลยต้องหันไปพึ่งพิงเจ้า WordPress เหมือนเดิมครับ เพราะเวลาผมติดที่ตรงไหนเกี่ยวกับ WordPress ผมได้คำตอบใน Internet เป็นส่วนมาก แต่เจ้า Drupal ผมติดที่ไหนส่วนมากก็จะติดอยู่อย่างนั้นจนลืมไปเลย พอวันดีคืนดีอยากลองใช้ Drupal อีกก็ยังติดอยู่ที่เดิมที่เคยติด

Joomla

 joomla_logo 
หลังจากเริ่มศึกษา Joomla มาสักระยะหนึ่งแล้วก็กำลังจะเริ่มเปิด Domain ใหม่อีกครับก้ไม่มีอะไรมากหลอกครับก็อ่อมเรื่องเงินๆ ทองๆ นั่นแหละครับผู้เขียนก็อาศัยศึกษาเกี่ยวกับการเขียนเว็ปไซต์แบบ CMS จากหนังสือที่มีขายทั่วไปครับและ หนังสือเกี่ยวกับ Joomla ตอนนี้ที่มีขายก็เห็นจะมีอยู่ 3 เล่ม (ที่เขียนเป็นภาษาไทยนะครับ) ผู้เขียนก็ซื้อมาอ่านแล้วก็ทำตามเรื่อยๆครับ ผิดบ้างถูกบ้าง อีกอย่างหนึ่งคือผู้เขียนค้นหาใน Internet ทั่วๆไปครับ ซึ่งส่วนมากก็เหมือนๆ กันครับไม่ค่อยละเอียดเท่าไรนักครับ.

เมื่อพูดถึง Joomla แล้วจะว่ายากก็ไม่เชิงครับ เพราะว่าออกแบบมาให้เราใช้งานง่ายอยู่แล้ว แต่ถ้าเปรียบเทียบกับ WordPress แล้วผมว่า WordPress ง่ายกว่าเยอะครับ และอีกอย่างหนึ่งตำราที่สอนๆกัน Joomla ก็มีน้อยกว่าจึงทำให้เป็นการยากสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานด้านนี้โดยตรงอย่างผู้เขียนเอง ซึ่งผู้เขียนได้ไปเจอเว็ปไซต์ที่อบรมเกี่ยวกับการสอนการใช้งาน Joomla ซึ่งค่าอบรมผู้เขียนว่าแพงเกินไปครับ เพราะว่าคุณไม่ต้องเสียค่า Software อะไรเลยเพียงแต่เสียค่าสถานที่ หรือว่าค่าอาหารนิดหน่อยเอง แต่ก็ยังเก็บตังค์แพงจัง สำหรับผู้เขียนเลยไปซื้อหนังสือมาอ่านเองครับ ประหยัดดีครับ.

ทีมงานที่ก่อตั้ง Joomla ออกมาก็แยกตัวออกมาจากทีมที่พัฒนา Mambo ในความคิดเห็นของผู้เขียนเองว่าที่แยกตัวออกมาก็คงไม่พ้นเรื่องเงินๆ ทองๆ แล้วก็ความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงทำให้ต้องแยกตัวออกมาทำ Joomla ผู้เขียนเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของธุรกิจ ถึงแม้บอกว่าเป็น Software แบบ Open Source ก็แล้วแต่ ก็ยังมีธุรกิจเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ดี.

สำหรับบ้านเราผู้เขียนเห็นว่า Joomla ยังได้รับความสนใจจากผู้ใช้งานน้อย และเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆ ซึ่งเมื่อเทียบกับ WordPress แล้วคงยากครับ ก็อย่างที่ผู้เขียนบอกยังหาตำราที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายไม่ค่อยมี ก็เพราะว่ากว่าจะแต่งตำราออกมาขายได้ก็พอดี Joomla ออก version ใหม่มาอีกแล้วนี่ตอนที่ผู้เขียน กำลังเขียนเห็นบอกว่าตอนนี้เปิดให้ download version 1.5.8 มาให้ลองใช้อีกแล้วครับ.